ข้อบังคับฉบับใหม่
ข้อบังคับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรัง พ.ศ. 2558
********************************************
หมวดที่ ๑
ความทั่วไป
ข้อ ๑ สมาคมนี้ชื่อว่า สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรัง ใช้อักษรย่อว่า ส กตง และเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า
SPORT ASSOCIATION OF TRANG PROVINCE ใช้อักษรย่อว่า S.A.T.P.
ข้อ ๒ เครื่องหมายของสมาคมกีฬา มีลักษณะ เป็นดังนี้
ตราเครื่องหมายของสมาคม
ข้อ ๓ สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ ณ บ้านเลขที่ 229/3 โรงพลศึกษา ๔,๐๐๐ ที่นั่ง สนามกีฬาเทศบาล
นครตรัง ๒ ถนนท่ากลาง ตำบลบางรัก อำเภอเมือง จังหวัดตรัง (สนามกีฬา ๒ ทุ่งแจ้ง)
ข้อ 4 เปิดทำการวันและเวลาราชการ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลาทำการ 08.30 – 16.30 นาฬิกา
ข้อ 5 มีคำจำกัดความในข้อบังคับดังนี้
สมาคม หมายความว่า สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรัง
สมาชิก หมายความว่า ผู้ที่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรังรับเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ซึ่งอาจมี
ชื่อเรียกต่างกัน
คณะกรรมการบริหาร หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรัง
กรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสมาคมที่ได้รับการแต่งตั้งจาก
นายกสมาคม ให้เป็นกรรมการบริหารสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรัง
เจ้าหน้าที่ หมายความว่า บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายกสมาคมหรือผู้ที่นายกสมาคม
มอบหมายให้เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในกิจการของสมาคม
นักกีฬา หมายความว่า นักกีฬาเยาวชนแห่งชาติ/นักกีฬาแห่งชาติ หรือนักกีฬาที่ขึ้น
ทะเบียนสังกัดสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรัง
สวัสดิการ หมายความว่า การให้ความช่วยเหลือเงิน ทรัพย์สิน สิทธิหรือประโยชน์อื่นใด
แก่นักกีฬา และครอบครัว เพื่อการยังชีพ และให้หมายความถึงเงินค่าตอบแทน รางวัล ค่ารักษาพยาบาล ทุนการศึกษาที่ให้กับนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน กรรมการและเจ้าหน้าที่ของสมาคม
หมวดที่ 2/...
-๒-
หมวดที่ ๒
วัตถุประสงค์
ข้อ 6 วัตถุประสงค์ของสมาคม
6.1 ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา และเผยแพร่กีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬามวลชนกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ
และกีฬาเพื่อการอาชีพของจังหวัดตรัง
6.๒ ให้มีการจัดและส่งเสริมให้ชมรมต่างๆ จัดการแข่งขันกีฬาทุกระดับ
6.๓ ส่งเสริมและช่วยเหลือสมาชิกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรัง
6.๔ ให้สวัสดิการแก่นักกีฬาและครอบครัว ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน กรรมการ และเจ้าหน้าที่ของสมาคม
6.๕ ให้การสนับสนุนงบประมาณ อุปกรณ์และอื่นๆ แก่สมาชิกและผู้ที่สนใจใฝ่รู้ทางด้านการกีฬาเพื่อ
ดำเนินกิจกรรมทางด้านกีฬา
6.๖ เป็นศูนย์กลางในการสร้าง และสรรหานักกีฬาที่มีความสามารถเพื่อเป็นตัวแทนของจังหวัดและ
ประเทศชาติ ตามนโยบายคณะกรรมการกีฬาจังหวัด ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕5๘
6.๗ เป็นศูนย์กลางในการประสานงานความร่วมมือกับจังหวัด และร่วมมือกับการกีฬาแห่งประเทศไทย
หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ในการประสานงาน กำกับ และดูแลเกี่ยวกับกีฬาของจังหวัด เป็นสมาชิกของสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย
6.๘ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะองค์กรกีฬาของจังหวัด ตามนัยแห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕5๘ และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องและเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน กำกับ และดูแล
เกี่ยวกับกีฬาของจังหวัด เป็นสมาชิกของสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย
6.๙ ไม่ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับการเมืองและไม่หากำไรหรือรายได้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของ
สมาชิกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรัง
หมวดที่ ๓
สมาชิก
ข้อ 7 สมาชิกของสมาคม มี ๓ ประเภทคือ
7.๑ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการลง
มติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
7.๒ สมาชิกสามัญ ได้แก่ ชมรมกีฬา สโมสร สมาคม บริษัท ห้างร้าน นิติบุคคล มูลนิธิ หน่วยงาน
ราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา ที่สนใจและส่งเสริมการกีฬา
7.๓ สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคลทั่วไป
ข้อ 8 สมาชิกต้องประกอบด้วยคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
8.๑ เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ เว้นแต่สมาชิกวิสามัญ
8.๒ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
8.๓ มีคุณสมบัติ หรือประสบการณ์เหมาะสมกับการดำเนินการเกี่ยวกับกีฬา หรือการส่งเสริมกีฬาภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ของสมาคม และมีความประพฤติเรียบร้อย
8.๔ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
/8.5 ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ...
-3-
8.๕ ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
8.๖ ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดย
ประมาทหรือความผิดลหุโทษ
8.๗ หากสมาชิกเป็นนิติบุคคล ต้องเป็นนิติบุคคล ที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีที่ตั้งสำนักงาน
ใหญ่อยู่ในประเทศไทย
8.๘ ไม่เป็นผู้ที่คณะกรรมการของสมาคม มีมติลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก หรือคณะกรรมการการ
กีฬาแห่งประเทศไทย มีมติเห็นสมควรให้พ้นจากสมาชิกของสมาคม อันเนื่องมาจากไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือระเบียบของสมาคมที่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม หรือประพฤติตนเป็นปรปักษ์ต่อสมาคม
ข้อ 9 ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรัง
9.๑ สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
9.๒ สมาชิกสามัญ ไม่ต้องจ่ายค่าลงทะเบียน แต่จ่ายค่าบำรุงรายปี ๆ ละ 100 บาท
9.๓ สมาชิกวิสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียน ครั้งแรก ๑๐๐ บาท ค่าบำรุงสมาคม เป็นรายปี
ปีละ ๒๐๐ บาท
ข้อ 10 การสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมให้ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมตาม ข้อ 7.๒ หรือ
ข้อ 7.๓ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อยสองคน ยื่นใบสมัครต่อเลขาธิการสมาคมหรือผู้ที่รับมอบหมาย เมื่อได้รับใบสมัครแล้ว ให้ปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครพร้อมด้วยประวัติพอสังเขปไว้ ณ ที่ทำการสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
ข้อ ๑1 สมาชิกใดของสมาคมจะคัดค้านการสมัครให้ยื่นคำคัดค้านเป็นหนังสือต่อเลขาธิการสมาคม หรือผู้ที่รับ
มอบหมายภายในกำหนดเวลาของการประกาศ เมื่อครบกำหนดตามประกาศแล้วก็ให้เลขาธิการสมาคม
เสนอใบสมัครพร้อมทั้งหนังสือคัดค้าน (ถ้ามี ) ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ในวาระแรกที่มีการ
ประชุม หลังจากที่ประกาศชื่อผู้สมัครครบกำหนด ทั้งนี้เพื่อให้คณะกรรมการบริหารได้พิจารณาอนุมัติ
ผลของการพิจารณาเป็นประการใดให้เลขาธิการสมาคมแจ้งผู้สมัครทราบภายในสิบห้าวัน พร้อมทั้งปิด
ประกาศ ณ ที่ทำการสมาคมด้วยในกรณีที่ไม่รับผู้สมัครเป็นสมาชิก ผู้สมัครสามารถอุธรณ์เป็นหนังสือ
ต่อนายกสมาคมภายในสิบห้าวัน
ข้อ ๑2 ถ้าคณะกรรมการบริหารมีมติอนุมัติให้รับเป็นสมาชิกสามัญหรือวิสามัญของสมาคม ให้ผู้สมัครสมาชิกสามัญไม่ต้องชำระค่าลงทะเบียน แต่เสียค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ๆ ละ 100 บาท สมาชิกภาพของสมาชิกสามัญ ให้เริ่มนับตั้งแต่คณะกรรมการบริหารมีมติอนุมัติให้รับเป็นสมาชิกสามัญของสมาคม และผู้สมัครสมาชิกวิสามัญต้องชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมเต็มจำนวนให้เสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการสมาคม ถ้าไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนดให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก สมาชิกภาพสมาชิกวิสามัญให้นับตั้งแต่วันที่ได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนค่าบำรุงสมาคมประจำปีแห่งการเป็นสมาชิกย่อมสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปีนั้น สำหรับสมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่มีหนังสือตอบรับหนังสือเชิญเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
/ข้อ 13 สิทธิและหน้าที่...
-4-
ข้อ ๑3 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
๑3.๑ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
๑3.๒ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการบริหาร
๑3.๓ มีสิทธิได้รับประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
๑3.๔ มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
๑3.๕ สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการของ
สมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละหนึ่งคะแนนเสียงทั้งนี้สมาชิกสามัญ
ที่มีสิทธิออกเสียงได้ต้องเป็นสมาชิกภาพก่อนวันเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
๑3.๖ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการบริหาร เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
๑3.๗ มีสิทธิ์เข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อยหนึ่งในสามของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการบริหาร
ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้ แต่ต้องระบุวัตถุประสงค์ให้เรียกประชุมเพื่อการใด
๑3.๘ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
๑3.๙ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
๑3.๑๐ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคม
๑3.๑๑ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑3.๑๒ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
๑3.๑๓ มีหน้าที่ป้องกันความเสียหายอันอาจจะเกิดแก่สมาคม
๑3.๑๔ มีหน้าที่ต้องแจ้งรายชื่อและสถานที่ตั้งของสมาชิกที่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ให้สมาคมทราบเป็นลาย
ลักษณ์อักษรทุกครั้งภายในสามสิบวัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการ เพื่อที่
สมาคมจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้นให้การกีฬาแห่งประเทศไทยทราบต่อไป
๑3.๑๕ สมาชิกกิตติมศักดิ์ และสมาชิกวิสามัญมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับสมาชิกสามัญ ยกเว้น ข้อ
๑3.๕ และ ๑3.๗
ข้อ ๑4 การสิ้นสุดสมาชิกภาพ
๑4.๑ ตาย
๑4.๒ ลาออกโดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหารสมาคม และคณะกรรมการ
บริหารสมาคมได้พิจารณาอนุมัติให้ลาออก
๑4.๓ ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกตามข้อ ๗
๑4.๔ คณะกรรมการบริหารได้พิจารณาลงมติโดยเสียงข้างมากให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกด้วยเหตุ
ประพฤติตนนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม หรือประพฤติตนเป็นปรปักษ์กับสมาคม
๑4.๕ ไม่ชำระเงินค่าบำรุงสมาคม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรซึ่งเหรัญญิกได้มีหนังสือทวงถามแล้ว
๑4.๖ สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล สิ้นสุดการดำเนินงานตามที่กฎหมายกำหนด
/หมวดที่ 4...
-5-
หมวดที่ ๔
โครงสร้างการดำเนินกิจการสมาคม
ข้อ ๑5 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารและดำเนินกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย ๙ คน
อย่างมากไม่เกิน ๑๙ คน จำนวนนี้ให้มีกรรมการที่เป็นสมาชิกสามัญของสมาคมจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนคณะกรรมการบริหารทั้งหมด และให้คณะกรรมการบริหารมีตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่ ดังต่อไปนี้
๑5.๑ นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการ
ติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร
และการประชุมใหญ่ของสมาคม
๑5.๒ อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่ที่
นายกสมาคมมอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่
หรือไม่สามารถ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่ของนายกสมาคม
ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
๑5.๓ เลขาธิการ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม
ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
๑5.๔ เหรัญญิก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคมเป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชี
งบดุล ของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
๑5.๕ นายทะเบียนสมาคม มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิก
ในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
๑5.๖ ปฎิคม มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคมเป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่
ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
๑5.๗ ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคคล
ทั่วไปได้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
๑5.๘ กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสมซึ่งคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดยมี
จำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการ ตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินที่ข้อบังคับ
สมาคม ข้อ ๑๔ วรรค ๑ ได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการบริหารมิได้กำหนด ตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง
ข้อ ๑6 กรรมการของสมาคมจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
๑6.๑ มีสัญชาติไทย
๑6.๒ มีคุณวุฒิหรือประสบการณ์เหมาะสมกับการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับการกีฬาหรือการส่งเสริมกีฬา
ภายในขอบวัตถุประสงค์ของสมาคม
๑6.๓ ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
๑6.๔ ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
๑6.๕ ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
๑6.๖ ไม่เป็นผู้ที่คณะกรรมการของสมาคมมีมติให้ออกจากกรรมการ หรือคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย มีมติเห็นสมควรให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการของสมาคมอันเนื่องมาจากไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ หรือกระทำการใด ๆ ที่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
16.7 เพิ่มเติมข้อความตาม มาตรา 71(5) พ.ร.บ. กกท.2558
/ข้อ 17 คณะกรรมการ...
-6-
ข้อ ๑7 คณะกรรมการบริหารได้มาจากวิธีการ ดังต่อไปนี้
นายกสมาคมต้องมาจากการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งให้ถือปฏิบัติโดยที่ประชุมเลือกตั้งประธานชั่วคราวเพื่อดำเนินการประธานชั่วคราวมีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติและสมาชิกที่ถูกต้องและมีสิทธิลงคะแนนโดยผ่านนายทะเบียนสมาคมให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งนายกสมาคม โดยสมาชิกสามัญสมาคมในที่ประชุมเป็นผู้เสนอชื่อผู้ที่จะเข้ารับเลือกเป็นนายกสมาคมและต้องมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อยห้าคน ซึ่งผู้ถูกเสนอชื่อจะอยู่ในที่ประชุมหรือไม่ก็ได้ แต่บุคคลที่ถูกเสนอชื่อหากไม่อยู่ในที่ประชุมจะต้องมีหนังสือตอบรับเป็นลายลักษณ์อักษร การเลือกตั้งโดยวิธีเปิดเผยหรือโดยวิธีอื่นตามมติส่วนใหญ่ของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนและให้ถือว่าผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม และนายกสมาคมดำเนินการสรรหากรรมการตามที่กำหนดใน ข้อ ๑5. เมื่อทำการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้เลขาธิการสมาคมแจ้งให้การกีฬาแห่งประเทศไทยทราบไม่เกินหนึ่งเดือนนับแต่มีการแต่งตั้ง และต้องแจ้งให้สมาชิกทราบพร้อมกับประกาศไว้ ณ ที่ทำการสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และต้องนำแจ้งจดทะเบียนคณะกรรมการบริหารของสมาคมต่อนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ภายในสามสิบวันเมื่อได้ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารของสมาคม ขึ้นใหม่ทั้งชุดหรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคม แล้วให้แจ้งต่อการกีฬาแห่งประเทศไทยภายในเจ็ดวัน
ข้อ ๑8 คณะกรรมการบริหารของสมาคมอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 4 ปี นับจากวันที่ได้จดทะเบียน และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ การดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมเกินสองวาระติดต่อกัน จะกระทำได้ต่อเมื่อกรรมการผู้นั้น
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมต่อไป ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดของสมาคม แต่ทั้งนี้กรรมการผู้นั้นจะดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมติดต่อกันเกิน ๔ วาระมิได้ และเมื่อคณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งครบตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัดก็ให้คณะกรรมการบริหารที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้สมาคมมีหน้าที่แจ้งให้การกีฬาแห่งประเทศไทยทราบพร้อมแนบเอกสารสำคัญภายในเจ็ดวันให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการบริหารชุดเก่าและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน
ความในวรรคหนึ่ง มิให้บังคับสำหรับกรณีที่กรรมการของสมาคมดำรงตำแหน่งในสมาคม หรือองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ ที่สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยนั้นเป็นสมาชิก ทั้งนี้ ตราบเท่าที่ยังดำรงตำแหน่งในสมาคมหรือองค์กรกีฬาระหว่างประเทศดังกล่าว
ข้อ ๑9 ถ้าตำแหน่งกรรมการสมาคมต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรให้ดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารของสมาคมขึ้นใหม่ทั้งชุดหรือ การเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคมให้กระทำตามข้อบังคับของสมาคม และสมาคมต้องนำไปจดทะเบียน ต่อนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ภายในสามสิบวัน นับแต่มีการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคม และต้องแจ้งให้การกีฬาแห่งประเทศไทยทราบพร้อมแนบหลักฐานภายในเจ็ดวัน นับแต่นายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัดรับจดทะเบียน
ข้อ 20 ในกรณีที่ตำแหน่งนายกสมาคมว่างลง ให้คณะกรรมการบริหารของสมาคมพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะและให้ทำการเลือกตั้งนายกสมาคมภายใน
สี่สิบห้าวัน
/ข้อ 21 กรรมการบริหาร...
-7-
ข้อ ๒1 กรรมการจะต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุดังต่อไปนี้
๒1.๑ ตาย
๒1.๒ ถึงคราวออกตามวาระ
๒1.๓ ลาออกจากการเป็นกรรมการ
๒1.๔ ขาดจากสมาชิกภาพ
๒1.๕ ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้พ้นจากตำแหน่งเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า
สองในสามของสมาชิกทั้งหมด
๒1.๖ ขาดการประชุมคณะกรรมการบริหารติดต่อกัน 5 ครั้ง โดยไม่มีเหตุอันสมควร
ข้อ ๒2 กรรมการคนใดประสงค์จะลาออกจากการเป็นกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกต่อนายกสมาคม และให้นายกสมาคมนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อพิจารณาอนุมัติโดยกรรมการ
ผู้นั้นไม่มีสิทธิในการออกเสียงลงมติ การพ้นจากตำแหน่งให้นับแต่วันที่คณะกรรมการบริหาร ได้ลงมติ
ข้อ ๒3 สมาคมต้องดำเนินการให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารเดือนละ ๑ ครั้ง เป็นอย่างน้อย เพื่อพิจารณาวาระเรื่องการบริหารสมาคม การกำหนดวันประชุมให้นายกสมาคมเป็นผู้กำหนดและให้เลขาธิการเป็น
ผู้แจ้งกำหนดการประชุมให้กรรมการได้ทราบ โดยแจ้งเป็นหนังสือพร้อมระเบียบวารการประชุมและให้ปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานสมาคมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ข้อ ๒4 ในการประชุมคณะกรรมการบริหารจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติต่างๆในการประชุมถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ ๒5 ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร หากนายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมคณะกรรมการเลือกกรรมการบริหารคนใดคนหนึ่งซึ่งอยู่ในที่ประชุมนั้น
ทำหน้าที่หน้าที่เป็นประธานในการประชุมในคราวนั้น
ข้อ ๒6 คณะกรรมการบริหารมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
๒6.๑ มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเพื่อประสิทธิภาพในการ
บริหารจัดการ ให้มีอำนาจตั้งชมรมกีฬาที่ขึ้นต่อสมาคม
๒6.๒ มีอำนาจในการออก กฎ ระเบียบ คำสั่ง หรือประกาศ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติตาม กฎ ระเบียบ
คำสั่ง หรือประกาศที่ออกมาต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับของสมาคม
๒6.๓ มีอำนาจจัดสรรงบประมาณ อุปกรณ์ และอื่นๆ ให้แก่สมาชิกของสมาคมเพื่อดำเนินกิจการของสมาคม
๒6.๔ มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานในกิจการของสมาคมโดยได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างหรือค่า
ป่วยการตามที่เห็นสมควร และมีอำนาจถอดถอนเจ้าหน้าที่
๒6.๕ มีอำนาจลงโทษ ลบชื่อสมาชิกออกจากสมาคม เนื่องจากสมาชิกนั้นประพฤติตนในทางที่เสื่อม
เสียมาสู่สมาคม
๒6.๖ มีอำนาจลงโทษเจ้าหน้าที่ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน/ผู้ชี้ขาด ที่ฝ่าฝืนหรือละเมิดประกาศข้อบังคับ
ระเบียบ คำสั่งของสมาคมจนทำให้เกิดความเสียหายแก่สมาคมและประเทศชาติ
๒6.๗ รักษาระเบียบ ข้อบังคับของสมาคมกีฬาให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕5๘ และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
/26.8 แต่งตั้งคณะกรรมการ...
-8-
๒6.๘ แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อให้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง
จะเป็นการแต่งตั้งชั่วคราวหรือเพื่อให้ปฏิบัติกิจการงานใดงานหนึ่งจนสำเร็จก็ได้ แต่จะต้อง
ไม่เกินวาระของคณะกรรมการบริหารที่ได้แต่งตั้ง
๒6.๙ มีหน้าที่จัดประชุมคณะกรรมการบริหารเดือนละ ๑ ครั้ง เป็นอย่างน้อยเพื่อหารือเกี่ยวกับการ
บริหารกิจการของสมาคม
๒6.๑๐ แต่งตั้งหรือถอดถอนเจ้าหน้าที่หรือพนักงานของสมาคม
๒6.๑๑ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือประชุมใหญ่วิสามัญ
๒6.๑๒ รับผิดชอบในการบริหารกิจการของสมาคม รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
๒6.๑๓ มีหน้าที่จัดทำเอกสาร และเก็บเอกสารที่เกี่ยวกับการบริหารทะเบียนสมาชิกของสมาคม ซึ่งพร้อม
ที่จะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อได้รับการร้องเรียน
๒6.๑๔ มีหน้าที่จัดทำบันทึกรายงานการประชุมต่างๆ ของสมาคมเพื่อจัดส่งให้กรรมการ สมาชิก
และหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว
พร้อมทั้งจะต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไปด้วย
๒6.๑๕ มีหน้าที่จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ตามคำร้องขอของสมาชิกตามข้อ 13.7 ซึ่งจะต้องจัดให้มีการ
ประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายในสามสิบวัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
๒6.๑๖ มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้
หมวดที่ ๕
การประชุมใหญ่
ข้อ ๒7 การประชุมของสมาคมมี ๒ ประเภท คือ
๒7.๑ การประชุมใหญ่สามัญประจำปี
๒7.๒ การประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ ๒8 คณะกรรมการบริหารต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีภายในเดือนมีนาคมของทุกปี โดยมี
ระเบียบวาระเรื่องการประชุมที่สำคัญอย่างน้อย ดังนี้
๒8.๑ เสนอแผนงาน/โครงการประจำปี
๒8.๒ รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของปีที่ผ่านมา
๒8.๓ รายงานผลการปฏิบัติงานของสมาคมกีฬาในรอบปีที่ผ่านมา
๒8.๔ รายงานบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชี งบดุลของปีที่ผ่านมาโดยผ่านการตรวจสอบบัญชีที่ได้รับ
อนุญาตและเสนอให้ที่ประชุมใหญ่รับรอง
๒8.๕ เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่เมื่อครบกำหนดตามวาระ
๒8.๖ แต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี
๒8.๗ เปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อบังคับของสมาคม
๒8.๘ พิจารณาลบชื่อสมาชิกจากทะเบียนสมาคม เนื่องจากสมาชิกนั้นประพฤติไปในทางเสื่อมเสียมาสู่
สมาคมหรือประเทศชาติ
๒8.๙ เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) ตามที่ปรากฏในระเบียบวาระการประชุม
/ข้อ 29 การประชุมใหญ่...
-9-
ข้อ ๒9 การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะเกิดขึ้นได้โดยคณะกรรมการบริหารหรือสมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า หนึ่งในสามของสมาชิกสามัญทั้งหมดทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารให้จัดให้มีขึ้น
ข้อ 30 การแจ้งกำหนดการประชุมใหญ่ ให้เลขาธิการสมาคมเป็นผู้แจ้งให้สมาชิกและการกีฬาแห่งประเทศไทยได้
ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมระเบียบวาระการประชุมและรายละเอียดตามสมควร โดยระบุ วัน เวลา
และสถานที่ให้ชัดเจน ทั้งนี้ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และประกาศแจ้งกำหนด
นัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ก่อนถึงกำหนดการประชุม
ข้อ ๓1 ในการประชุมสามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมก็ให้ขยายเวลาออกไปอีกพอสมควรและต้องประกาศการขยายเวลาให้ทราบทั่วกันในขณะนั้น แต่เมื่อครบกำหนดเวลาที่ขยายออกไปแล้ว ยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมก็งดการประชุมและเลื่อนการประชุมคราวนั้นออกไป และให้คณะกรรมการบริหารเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งหลังนี้ไม่บังคับว่าจำต้องครบองค์ประชุม
ข้อ ๓2 มติของที่ประชุมให้ถือเอาเสียงข้างมาก เว้นแต่กรณีที่ข้อบังคับของสมาคมกำหนดเสียงข้างมากไว้เป็นอย่างอื่น
สมาชิกสามัญคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียง
เพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ ๓3 สมาชิกจะมอบอำนาจให้สมาชิกผู้ใดเข้ามาประชุม และออกเสียงลงคะแนนแทนตนก็ได้โดยรับมอบแทน
ได้คนละ ๑ เสียง พร้อมมีหนังสือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ ๓4 ในการประชุมใหญ่ของสมาคมถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุมหรือไม่สามารถจะ
ปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งให้ทำหน้าที่เป็น
ประธานในการประชุมคราวนั้น
หมวดที่ ๖
การเงินและทรัพย์สิน
ข้อ ๓5 สมาคมมีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ ตามข้อบังคับ หมวดที่ ๒ ข้อ ๕
และอำนาจเช่นนี้ รวมถึง
๓5.๑ ถือกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครอง หรือมีทรัพย์สินต่างๆ จากการสร้าง ซื้อ จัดหาแลกเปลี่ยน
โอนให้โอนหรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินตลอดจนทรัพย์สิน ที่มีผู้อุทิศให้เพื่อประโยชน์
แก่กิจการของสมาคม
๓5.๒ รายได้ของสมาคม ประกอบด้วย
๓5.๒.๑ เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
๓5.๒.๒ รายได้จากทรัพย์สินของสมาคม
๓5.๒.๓ เงินอุดหนุนจากจังหวัด หรือ การกีฬาแห่งประเทศไทย
๓5.๒.๔ รายได้จากการจัดแข่งขันกีฬา
๓5.๒.๕ รายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๓5.๒.๖ ค่าบำรุงจากสมาชิก
๓5.๒.๗ รายได้อื่นๆ
/ข้อ 36 การเงินและทรัพย์สิน...
-10-
ข้อ ๓6 การเงินและทรัพย์สินทั้งหมด ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารของสมาคม
ถ้ามีเงิน (เงินสด)เงินของสมาคม ให้นำฝากไว้ในธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐที่คณะกรรมการบริหาร
เห็นสมควรในนามของสมาคม โดยเปิดบัญชีสมาคม 2 บัญชี
- เปิดบัญชีกับธนาคารทหารไทย สำหรับเงินที่ได้รับบริจาคที่ได้ตามวัตถุประสงค์ ซึ่งมีอำนาจสั่งจ่าย 2 ใน 3
- เปิดบัญชีกับธนาคารกรุงไทย สำหรับเงินที่ได้รับเป็นเงินอุดหนุนทุกกรณี ซึ่งมีอำนาจในการสั่งจ่าย 3 ใน 5
ข้อ ๓7 ผู้มีอำนาจลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม ต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๓8 ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคม ได้ครั้งละไม่เกิน 1๐0,๐๐๐.- บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)
และเสนอให้กรรมการทราบในการประชุมคราวถัดไป ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องเสนอขออนุมัติ
ต่อคณะกรรมการบริหารสมาคม และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารสมาคมแล้วจึงดำเนินการเบิกจ่ายได้
ข้อ ๓9 ให้เหรัญญิกต้องมีอำนาจเก็บรักษาเงินของสมาคม ได้ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐.- บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวย
ข้อ 40 เหรัญญิกต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง
ต้องจัดทำหลักฐานการรับและจ่ายเงิน และให้เหรัญญิกเก็บไว้โดยครบถ้วน เพื่อการตรวจสอบ ไม่ น้อยกว่า
๕ ปี จึงจะทำลายได้การทำลายเอกสารดังกล่าวนี้ ต้องขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริหารก่อน จึงดำเนินการ
ได้สำหรับหลักฐานการรับเงินค่าบำรุงสมาชิกให้นายทะเบียนเป็นผู้เก็บรักษาและทำลายโดยให้ถือปฏิบัติตาม
ความในวรรคแรกการบัญชีตามปกติให้แยกประเภท ดังนี้
40.๑ ประเภทรายได้ทั่วไป
40.๒ ประเภทเงินค่าบำรุงสมาชิก
ข้อ ๔1 ผู้ตรวจสอบบัญชีต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และต้องเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ ๔2 ผู้ตรวจสอบบัญชีมีอำนาจเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการบริหาร และ
สามารถเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม เพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้
ข้อ ๔3 คณะกรรมการบริหารต้องให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ
หมวดที่ ๗
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
ข้อ ๔4 ข้อบังคับสมาคมนี้จะแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่ต้องมี สมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติในการแก้ไขหรือเพิ่มเติมบังคับสมาคมต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกสามัญทั้งหมด ที่เข้าร่วมประชุม และสมาคมต้องนำข้อบังคับที่แก้ไขหรือเพิ่มเติมไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ภายในสิบสี่วันนับแต่วันลงมติ เมื่อนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัดได้จดทะเบียนแล้วจึงมีผลใช้บังคับได้ และให้สมาคมแจ้งหลักฐานใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ให้การกีฬาแห่งประเทศไทย ภายในเจ็ดวัน
/ข้อ 45 สมาคมนี้ย่อมเลิกได้...
-11-
ข้อ ๔5 สมาคมนี้ย่อมเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น ยกเว้นเป็นการเลิกด้วยเหตุผลของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ในการเลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่าสามในสี่ของสมาชิกสามัญ
ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมดและองค์ประชุมจะต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ข้อ ๔6 หากสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามเมื่อชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้วหากมีเงินสดและ/หรือทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใดก็ให้ตกเป็นของจังหวัดตรัง เพื่อให้เป็นประโยชน์ในด้านการส่งเสริมกีฬาของ จังหวัดตรัง
หมวดที่ ๘
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๔7 ให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารสมาคม ที่อยู่ก่อนข้อบังคับนี้มีผลบังคับใช้ให้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดใหม่หากครบวาระแล้วกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันหมดวาระ โดยให้คณะกรรมการบริหารชุดเดิมรักษาการไปจนกว่ามีการจดทะเบียนคณะกรรมการบริหารสมาคม ชุดใหม่ต่อนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัดเรียบร้อยแล้ว
ข้อ 48 ให้ชมรมกีฬาต่าง ๆ ที่ขึ้นทะเบียนไว้ และข้อบังคับนี้มีผลบังคับใช้ให้ดำรงเป็นสมาชิกของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรัง จนกว่าจะหมดวาระที่กำหนดไว้ และเมื่อครบวาระให้ดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชมรม ภายใน 45 วัน โดยให้คณะกรรมการบริหารชมรมชุดเดิมรักษาการไปจนกว่าจะมีการจดทะเบียนต่อสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรังเรียบร้อยแล้ว สำหรับสมาชิกสามัญเมื่อข้อบังคับนี้มีผลบังคับใช้ให้ดำเนิน
การตามข้อบังคับนี้
ข้อ 49 การกระทำกิจกรรมใด ๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ หากมีความจำเป็นต้องดำเนินกิจกรรม จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารของสมาคม ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3
ลงชื่อ
(นายวินัย ทองรัตน์)
นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรัง